การออกกำลังกาย สำหรับเด็กอ้วน
|
| |
| การออกกำลังกาย สำหรับเด็กอ้วน |
| |
|
|
|
|
- โดยเฉลี่ยแล้วในเด็กอายุ 5 ขวบจะมีการกินสารอาหารที่ให้พลังงานประมาณ 50,000 แคลอรีในแต่ละเดือน น่าตกใจมั้ยครับว่าทำไมเด็กตัวเล็กนิดเดียวถึงได้ต้องการพลังงานมากมายถึง เพียงนี้ ก็เป็นเพราะว่าพลังงานส่วนใหญ่ที่ได้รับเข้าไปนั้น เตรียมไว้เพื่อเป็นพลังงานสำรองสำหรับให้เด็กๆ ได้ใช้ในการเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันที่มีมากมายไม่รู้จบตามจินตนาการของเด็กๆ แต่เนื่องจากเด็กในยุคสมัยใหม่นี้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเทคโนโลยีเครื่อง อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ที่ทันสมัย ทำให้การเล่นหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ถูกจำกัดลงไป ดังนั้นพลังงานที่เข้ามาจากการรับประทานอาหารและจะต้องถูกใช้ออกไปก็ลดน้อย ลง ประกอบกับประเภทของอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้น เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย จึงส่งผลให้เกิดปัญหากลายเป็นเด็กที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และกลายเป็นเด็กอ้วนมากขึ้นในยุคปัจจุบันนี้
โดยปกติแล้วเด็กต้องการใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ต่างๆ อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงในแต่ละวัน โดยกิจกรรมนั้นต้องมีความหนักอยู่ในระดับปานกลาง เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือวิ่งเล่น เป็นต้น แต่ในปัจจุบันเด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนจะใช้เวลา ส่วนใหญ่ในการนั่งดูทีวี เล่นวิดีโอเกม หรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อยประมาณ 5 ชั่วโมงขึ้นไปในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจ เป็นต้น
ในเด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่าปกติ (เทียบได้จากค่า BMI หรือตารางเปรียบเทียบความสูงและน้ำหนักตัวตามพัฒนาการเด็ก) มักจะมีความทนทานต่อการออกกำลังกายน้อยกว่าปกติ เช่น ออกกำลังกายได้เพียงเล็กน้อยไม่ถึง 10 นาที ก็จะเริ่มมีอาการหน้าแดง หายใจไม่ทัน หรือเด็กบางคนมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ (เนื่องจากมีการสะสมของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้จากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตในระบบพลังงาน) ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายต่อไปได้ และอาจทำให้ผู้ใหญ่มองว่าเด็กคนนั้นขี้เกียจหรือไม่พยายามตั้งใจทำและพยายาม กดดันเด็ก ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพจิตใจเด็กได้ ดังนั้นในเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากควรเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างช้าๆ และเลือกทำกิจกรรมที่มีความหนักไม่มากแต่คงที่ เช่น การเดินเร็ว จูงสุนัขเดินเล่น ขี่จักรยานในบ้านหรือตามสวนสาธารณะ เล่นน้ำหรือว่ายน้ำ เป็นต้น ระยะเวลาในการทำกิจกรรมเหล่านี้ประมาณ 20 นาทีขึ้นไป ทำให้ต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยผลที่ได้จากการออกกำลังกายนี้สามารถปรับสภาพร่างกายให้กลายเป็นเด็กที่มี น้ำหนักตัวเหมาะสมและสุขภาพดีได้ภายในระยะเวลา 6-12 เดือน
สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้ที่เป็นคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นหรือเป็นแบบอย่าง ให้กับเด็กๆ ที่มีน้ำหนักตัวเกินได้ ด้วยการนำหรือทำให้เป็นแบบอย่างในการดูแลสุขภาพและมีการออกกำลังกาย ซึ่งอาจจะมีวิธีการที่ง่ายๆ ดังต่อไปนี้
© ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างถ้าเด็กเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนแข็งแรง กระฉับกระเฉง และมีกิจกรรมในเรื่องการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องสนุกและน่าสนใจ ไม่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เด็กก็จะร่วมสนุกและทำกิจกรรมนั้นๆ ได้ง่าย เช่น ชวนเล่นน้ำ หรือปั่นจักรยานเที่ยวตามสวนสาธารณะ เป็นต้น
© คอยสนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เข้า ร่วมทีมกีฬาในชั้นเรียน เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ เป็นต้น หรือในช่วงปิดเทอมสนับสนุนให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายต่างๆ ตามที่เด็กสนใจ จะสามารถช่วยให้เด็กมีการออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมด้วย
© เข้าใจถึงความรู้สึกของเด็กถ้าเด็กรู้สึกอาย ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมหรือคิดว่ายากจนเกินไป คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามช่วยกระตุ้น รวมถึงให้เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เลือกทำในกิจกรรมที่เด็กชอบ อาจส่งเสริมให้เริ่มจากการทำกิจกรรมที่ง่ายๆ กับเพื่อนที่สนิท เช่น วิ่งไล่จับ กระโดดเชือก เล่นน้ำ เป็นต้น โดยปกติเด็กส่วนใหญ่จะไม่ชอบเข้ายิมหรือออกกำลังกายบนลู่วิ่ง ดังนั้นควรหากิจกรรมที่เด็กทำแล้วรู้สึกสนุกเป็นสำคัญ
© หากิจกรรมเสริมอื่นๆ เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ ทั้งครอบครัว และอาจเป็นกิจกรรมที่ทำได้ภายในบ้าน เพื่อเป็นการทำให้เด็กไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนั่งดูทีวีหรือเล่นเกม คอมพิวเตอร์ในแต่ละวันมากจนเกินไป อาจชวนเด็กๆ ช่วยคุณพ่อล้างรถ ช่วยคุณแม่รดน้ำต้นไม้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถได้ประโยชน์ทั้งในเรื่องของการออกกำลังกายและช่วย เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัวด้วย
อย่างที่กล่าวมาข้างต้น เด็กจะต้องมีการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายในแต่ละวันให้ได้อย่างน้อย 60 นาที แต่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องจนครบตามเวลาดังกล่าว สามารถแบ่งการทำกิจกรรมต่างๆ ออกเป็นช่วงๆ ได้ และพยายามสะสมรวมให้ครบ 60 นาทีขึ้นไปในแต่ละวัน การออกกำลังกายในเด็กส่วนใหญ่แล้วจะเป็นในลักษณะการเล่นหรือการทำกิจกรรม กลางแจ้งทั่วๆ ไปให้เหมาะสมกับวัยของเด็กมากกว่าที่จะมองถึงหลักวิธีการของการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักในผู้ใหญ่ เด็กจะไม่ค่อยใช้อุปกรณ์ประเภทลู่วิ่งเพราะน่าเบื่อไม่สนุก แต่จะเลือกที่การวิ่งไล่จับกันในสนามหญ้ามากกว่า การปั่นจักรยานอยู่กับที่ก็เช่นเดียวกัน เด็กจะชอบการออกไปปั่นจักรยานตามสวนสาธารณะหรือตามสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นให้เด็กสนใจการออกกำลังกายคือความสนุกเป็น ลำดับแรก ร่างกายของเด็กจะมีการเผาผลาญและใช้พลังงานที่ดีอยู่แล้ว ถ้าสามารถทำให้เด็กออกไปวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินมากกว่า ปกติได้ อุปกรณ์ที่เลือกใช้อาจไม่ต้องมีราคาแพงแต่ได้ประโยชน์อย่างมาก เช่น ห่วงฮูลาฮูป จานร่อนไว้เล่นรับส่งในสนาม ลูกฟุตบอลเอาไว้เตะลูกไปมาระหว่างคุณพ่อกับคุณลูกก็ได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มกิจกรรมเข้าไปในแต่ละวันได้ง่าย แต่การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ นั้นไม่ควรเป็นในลักษณะที่จะต้องเป็นการแข่งขัน แต่ควรเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเด็กมากกว่า นอกจากนี้ควรมองถึงในเรื่องของอาหารการกินควบคู่กันไปด้วย เด็กควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต เมื่อเด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยต่างๆ มีภูมิคุ้มกันที่ดี และจะไม่เป็นโรคอ้วน
คุณพ่อคุณแม่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย คอยเป็นกำลังใจให้กับเด็ก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะทำให้เด็กที่ไม่ค่อยมีการออกกำลังกาย เล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือนั่งดูทีวีนานๆ กลายเป็นเด็กที่รักในเรื่องของการออกกำลังกายได้
สมพัฒน์ จำรัสโรมรัน ที่ปรึกษาด้าน การออกกำลังกาย
|
| |